ว่าจะได้ blog Anime เรื่อง Bokurano สักหนน่อย
ที่ไหนได้ดันเกิดเรื่องซะก่อน เฮ้อ กว่าจะได้ Blog คงอีกสักพัก
วันนี้เรามาฟังตาแป๊ะบ่น(อีก)กันก่อนดีกว่า เหอ เหอ

เบญจเพส คือ ช่วงอายุ25ถึง26 หลายคนเชื่อว่ามันเป็นช่วงที่จะมีอันตรายเข้ามาเยือน
จึงทำให้หลายๆท่านไปทำบุญเพื่อให้รอดพ้นจากอันตรายที่จะมาเยือน

นั่นคือสิ่งที่หลายๆท่านทราบกัน แต่ที่ท่านไม่ทราบก็คือ เบญจเพสมันเป็นโรคติดต่อ!!!!!
ใช่ครับ มันเป็นโรคที่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ แม้ว่าจะไม่สัมผัสกันโดยตรงก็ตาม

อันนี้มาจากประสบการณ์ที่ผมได้พบมากับตัวเองเลย :P
ย้ำว่ามันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลจริงๆ ท่านใดจะเชื่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนบุคคล
(โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยเชื่อซะด้วย -3- พระสักองค์ยังไม่พกเลย)

จากEntry ที่แล้วที่ผมโดนโจรทำร้ายและเข้ารพ.
หลังจากนั้นคำว่า เบญจเพส มันก็วิ่งเข้ามาวนเวียนในชิวิตผมขึ้นเรื่อยๆ
(พอดีจะอายุ26ในตุลานี้ ดันมาเกิดเหตุเคือน7 ซะก่อน)

พ่อเเม่มาเยื่อมในวันถัดมา หลังจากถามอาการและเหตุการณ์ไปหมด
"เนี่ย บอกเเล้วว่า เบญจเพสๆ ให้ไปทำบุญก็ไม่เชื่อ"
(โถเเม่ โจรมันจะปล้นมันไม่เลือกหรอกว่าผ่านเบญจเพศมารึยัง -*-)
"ตอนจะพาไปทำบุญ9วัด กะ ทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ ลูกก็ไม่ไป"
(ตอนนั้น โต้รุ่งเล่นเกม/ดูหนังSeries ตื่นไปม่ายไหววุ้ย~)
หลังจากนั้นในเวลา 2 วันที่อยู่รพ. เหล่าญาติๆที่มาเยื่ยมจะต้องพูดถึง "เบญจเพส" กันทุกคน =_="
พอเริ่มบอกเพื่อนไปเพื่อนมันก็ทัก "เบญจเพสของตาแป๊ะมันเเรงแฮะ"

เอาน่า มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ทำบุญไว้ก็ไม่เสียหาย
ทนฟังไปก่อนละกัน เขาพูดเพราะเขาเป็นห่วงน่า
.......................
[เมื่อมันเริ่มเเพร่เชื้อ~]
เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดีจนถึงวันเสาร์ที่14 ซึ่งผมมีกำหนดไปตัดไหมที่แขน
แม่ก็พูดบอกไว้ว่า เดี๋ยววันอาทิตย์ตอนเช้าจะลากไปไถ่ชิวิตโคกระบือกันที่ปทุม
เอาน่าตัดไหมตอนเย็น นอนเดี๋ยวตื่นมาก็ไปทำบุญ เอาวะไม่เชื่ออย่าลบหลู่

ตอนเย็นไปตัดไหม หลังจากโดนคุณหมอทารุณกรรมจนเสร็จเเล้ว
กำลังจะไปรอจ่ายเงินพยาบาลก็เดินสวนมาพูดว่า
"ไม่มีค่าใช้จ่ายนะคะ กลับได้เลย"
วู้ว~ดีใจสุดๆ วันนี้โชคดีแฮะไม่ต้องเสียเงิน
ก่อนจะกลับก็เเวะเเฟมิลี่มาร์ทลองซื้อ โอเด้งมาลองทาน(สั่งไป4ไม้)
เขาก็เอาโอเด้งใส่ถ้วยบะหมี่คัพพร้อมซุปต้มยำเเล้ว
ผมกับครอบครัวก็เดินลงไปที่จอดรถเพื่อกลับบ้าน
(อันนี้เป็นเกร็ดนิดนึง
ที่รพ.ที่ไปเนี่ยทางออกจากที่จอดรถใต้ดินมันจะเป็นทางชันขึ้นมาก
แล้วก็จะมีที่ที่พักนิดเดียวก่อนลาดลง เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่กลับ
รถมันก็จะกระเเทกกับส่วนที่เป็นยอดทุกที)

วั้นนั้นไม่รู้นึกไง เเม่เเกขับรถช้า(กะไม่ให้กระเเทกตรงยอด)
แล้วขึ้นลำเเบบเอียงๆ ค่อยๆขึ้นส่วนเนิน
ทุกอย่างเป็นไปตามปกติจนรถเริ่มไหลลง(ไวกว่าปกติ)ไปอีกทางกับทางที่จะไป

"เบรกซิเบรก!!"
รถยังพุ่งไปไวขึ้นแถมลงทางลาดไปผิดทาง
ที่สำคัญรถมันพุ่งไปที่กำแพงด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น(โอ้ว-ชิด!!!!)
ตาแป๊ะนั่งอึ้งมือถือถ้วยโอเด้งที่ทานไปได้ 2 ชิ้นครึ่ง(แถมยังไม่ได้รัดเข็ดขัดด้วย~)
รถพุ่งไปทางกำแพงเเน่ๆเเล้ว ตาแป๊ะก็ยังเหวออยู่ไม่มีคำพูดสักคำออกมา
โครม! เพล้ง! ปึ้ก!
รถพุ่งเข้าชนเสาไฟก่อนเสาไฟล้มไปชนกำแพงอีกต่อนึง

ถ้วยโอเด้ง มัน เด้งออกจากมือตาแป๊ะ พุ่งไปที่คอนโซลรถแล้วกลิ้งตกลงพื้น
(เสียดายนะนั่น แต่ตอนนั้นมันเหวอมาก)
หลังจากรถจอดสนิท เริ่มสำรวจความเสียหาย
"มีใครเป็นอะไรไม๊??"
(ไม่เป็นไรกันทั้งครอบครัวเเต่รถแหกไปแถบนึง-โดนเสาไฟ
ตาแป๊ะเสียโอเด้งไปไม้ครึ่ง T_T
..ดีนะไม่ได้กำลังทานอยู่ไม่งั้นละก็ ...ฉึกแหงๆ)

(ตอนนั้นไม่ทันเห็นสวนดอกไม้ หรือ FlashBack ภาพเหตุการณ์ในอดีต หรือจะมองเห็นแบบสโลวโมชั่นก็ไม่มีเลยสักอย่างแฮะ :P)
หลังจากสำรวจเหตุการณ์เเละรอประกันมา
ก็พอทราบว่าเเม่ตอนขึ้นเนินต้องเหยีอบคันเร่งแผ่วๆ
แล้วพอรถเริ่มไหลลง ด้วยความตกใจก็รีบเหยียบเบรก(แต่ที่จริงเท้ายังอยู่ที่คันเร่ง)
จึงเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้

ซึ่งมันก็คงไม่มีอะไรหากแม่ไม่พูดออกมาว่า
"ดูซิ ขับรถมา 30 กว่าปีไม่เคยเจออุบัติเหตุ
จะไปทำบุญวันพรุ่งนี้อยู่เเล้ว เนี่ยเคราะห์กรรมจริงๆ"
(ความจริงแกบ่นมากกว่านี้อ่ะนะ)
ในใจผมก็คิด "ตรูผิดไหมเนี่ย???" ไม่ได้เป็นคนขับนะเนี่ย
แต่ทำไมเหมือนฟังเเล้วมันเพราะ เบญจเพส ของตรูจังว้า~
หลังจากนั้นก็รอจนประกันมาทำเรื่องจนเสร็จก็กลับบ้าน
เอาวะไม่คิดมาก อุบัติเหตุมันเกิดได้ อย่าไปวอรี่~

[เมื่อมันเริ่มเเสดงอาการ]
วันรุ่งขึ้น ตื่นไปทำบุญแต่เช้า(พอดีดู Grey Anatomy นอนตี5)
ไปถึงโรงฆ่าสัตว์ สิ่งเเรกที่รู้สึกขึ้นมาเลยก็คือ
"เเสงแดดมันร้อนแรงนรก!!!"
"เหม็นขี้วัว ฉิบหาย!!!"
และที่สำคัญคนมันเเห่มาจากไหนมากมายขนาดนี้ฟระ~
(มีคณะจากรพ.ไหนก็ไม่รู้มากันร่วม 30-50 คน)
ทำให้ต้องรอคิวทำพิธีนานพอควร
คิดดูซิ อดนอนมาทั้งคืน อดข้าวเช้า เเล้วต้องมายืนกลางแดด
สูดอากาศหอมกลิ่นไม่พึงประสงค์..เชื่อซิ ไม่มีอะไรจะได้บุญไปมากกว่านี้เเล้ว =*=

หลังจากทำจนเสร็จ(ซะที) ครอบครัวผมก็ไปทายอาหารกลางวันที่
ร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังแห่งหนึ่งแถวปทุม ก่อนจะบึ่งรถกลับบ้าน
(ใจคออยากสั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเนื้อใจจะขาด เเต่โดนบังคับให้สั่งหมูเเทน
ปล่อยวัวไปเเล้วฉันขอกินเนื้อตัวอื่นมิได้เรอะ -*-)

ทันใดนั้นเองเคราะห์กรรมม้านนนก็ยังไม่ได้ทิ้งเราไปไหน
ทั้ง3พ่อแม่ลูกเกิดอาการอยากเข้าห้องน้ำ อย่างแรง!!!!
โอ้ว มาย ก๊อด....อะไรจะซวยขนาดนี้ฟระ
ทางกลับกรุงเทพ ผ่านข้าง impact ติดสนิท!!!(มีงาน OTOP อยู่มั้งไม่ทันเห็น)
ขึ้นทางด่วนมาก็ติด!!!หนีลงมาทางเกษตร มันก็ติด!!!
จนทนไม่ได้ต้องเเวะห้างแถวนั้นก่อน
ขอโทษเหอะ ห้างนั้นที่จอดรถก็เต็มต้องวนไปถึงดาดฟ้ากว่าจะได้จอด
(เชื่อเหอะ ตอนนั้นบิดตัวเเล้วบิดอีกจนอาจจะชนะรางวัลยิมนาสติคด้วยซ้ำ!)
สามพ่อเเม่ลูกวิ่งเข้าห้องน้ำกันแทบไม่ทัน เฮ้อ~

[เมื่อมันแพร่เชื้อไปได้ข้ามครอบครัว]
หลังจากทิ้งระเบิดลงไปอย่างหนักหน่วง 3พ่อเเม่ลูกก็เดินทางกลับบ้าน(อีกครั้ง)
ขณะที่ตาแป๊ะกำลังโล่งใจ(และกาย)
เอาน่าจะถึงบ้านเเล้ว มันคงไม่มีอะไรอีกน่า
ขณะอยู่บนทางด่วน กริ้งๆๆ ตะเเหน่วๆๆ
เสียงโทรศัพธ์ของเเม่ดังขึ้น เเม่ก็รับ

"ฮัลโหล"
"หา แย่เเค่ไหนอ่ะ"
"ไหม้หมดเลยเหรอ"
"ไหม้เดี่ยวๆรึลามไปทั้งเเถวล่ะ"
"ได้เอาเอกสารออกมาไหม"
"เออ ไม่รู้จะโทรไปหาใครเเล้ว"

เฮือก! เฮ้ยยยยยยยยยยยย!!
หัวใจไหลไปตาตุ่ม อะไรวะเนี่ย อะไรไหม้ ไหม้อะไร เบญจเพสตรูทำพิษอีกแล้วรึปล่าววะ!!!!
ด้วยความเครียด ตาแป๊ะบอกให้เเม่วางสายเหอะกำลังขับรถด้วย
(อีกใจหนึ่งก็อยากรู้ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น)
หลังจากนั้นก็เริ่มถาม....ได้ความว่าเพื่อนของเเม่บ้านถูกไฟไหม้..แต่ไม่มีใครบาดเจ็บ
ไม่รู้ทำไมคนใกล้ตัวผมถึงเเจคพอตติดต่อเนื่องกันได้ถึงขนาดนี้
(เชื่อดิ นี่มันเกินกว่าคำว่าบังเอิญแล้ว)
เอาน่ามันไม่น่าจะมีอะไรให้ตื่นเต้น/หวาดเสียวอีกแล้วล่ะ
[อาการสุดท้ายก่อนทิ้งทวน]
วันรุ่งขึ้น ทั้งครอบครัวมีอาการท้องเสียและเป็นไข้กันทุกคน..........-*-
โอ้ว ชิด ! มาเป็นโรคเบญจเพศกันไม๊ สาด~~~~

Ps.ทำบุญปล่อยโคแล้วจะทานก๋วยเตี๋ยวเนื้ออร่อยขึ้นสามเท่า!!!
อ่านขำๆเน้อ ไม่ซีเรียส บ่นตามประสาคนคิดมาก :P

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คิดมากน่า คุคุคุ